การพัฒนาตนเอง การเรียน

วิธี การพัฒนาตนเอง การเรียน รู้ได้ไวขึ้น

 

การพัฒนาตนเอง การเรียน

การพัฒนาตนเอง การเรียน มนุษย์เรา ต้องเรียนรู้อย่างมีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้สามารถปรับตัว ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพบกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บทความนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะอธิบาย ขั้นตอนในการหาวิธีเรียนรู้ เพื่อช่วยให้เราค้นพบ และใช้เทคนิคในการเรียนรู้ ได้ง่ายขึ้นจนสามารถเรียนรู้ ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพ วิธีที่จะแนะนำนี้สามารถ นำไปประยุกต์ กับการเรียนรู้อะไร ก็ตามที่เราจำเป็นต้องทำเพื่อ เพิ่มความรู้ รวมทั้งจะแนะนำวิธีการช่วย เพิ่มพลังสมอง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราสามารถช่วยให้ สมองจดจำข้อมูล ได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ มากขึ้นด้วย การหันมาดูแล สุขภาพของตนเอง การใช้เทคนิคเรียน รู้เพื่อจะได้รู้วิธีการเรียน อันเหมาะสมสามารถ ช่วยให้เรารู้วิธีการ ที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการดู แลสุขภาพของตนเอง

 

กินให้อิ่มท้อง. เมื่อเราหิว สมองของเรา จะซึมซับข้อมูลได้ยาก เมื่อร่างกายบอกว่าท้องว่าง เราก็จะจดจ่อ กับการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ลำบาก เราต้องกินอาหารให้ครบสามมื้อ เราอาจต้องหาแม้ แต่ของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเอาไว้กินระหว่างทบทวนบทเรียน ระหว่างรอเรียน หรือรอสอบวิชาต่างๆ

  • เรายังต้องกินอาหาร ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย จังก์ฟู้ดไม่ได้ให้สาร อาหารที่จำเป็นต่อการทำงาน ของร่างกาย ลองเคี้ยวอัลมอนด์ หรือแคร์รอตสักสองชิ้นเพื่อให้ตนเองรู้สึกตื่นตัว และมีสมาธิจดจ่อกับ การทำกิจกรรมต่างๆ จะได้ไม่รู้สึกอืด และเหนื่อยล้า

 

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ. มีอยู่หลายครั้ง เหมือนกันที่ปัญหาการเรียนรู้ ไม่ได้เกิดจากเราหรือ วิธีการเรียนของเรา แต่สมองของเรา ไม่สามารถจดจำข้อมูลได้เพราะเรา ไม่ให้ร่างกายได้รับการพักผ่อน ฉะนั้นเราต้องพักผ่อน ให้เพียงพอ เราต้องนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม ถ้าต้องการให้สมองตื่นตัว เพียงพอที่จะซึมซับข้อมูล แค่ดื่มกาแฟสักแก้วไม่ได้ผลหรอก เราควรหยุดคร่ำเคร่งจนดึกดื่น เปลี่ยนมานอนแต่หัวค่ำ ร่างกายจะได้พักผ่อนเพิ่ม อีกสองสามชั่วโมง และค่อยตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ เราจะได้อ่านหนังสือ และทบทวนบทเรียนได้ดีขึ้น เมื่อสมองของเราแจ่มใส

  • ผลการศึกษา ได้แสดงให้เห็นว่าขณะที่เราหลับ สมองจะหลั่งของเหลว ชนิดหนึ่งเพื่อล้างสารพิษในสมอง  เมื่อเรานอนไม่พอ สมองของเราจะเต็ม ไปด้วยของเสีย จึงทำให้สมองทำงานได้ไม่ดี
  • จำนวนชั่วโมง ของการนอนหลับพักผ่อน ในวันหนึ่งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวเรา และการทำงานของร่างกายเรา ผู้ใหญ่ควรหลับ วันละเจ็ดถึงแปดชั่วโมง แต่บางคนอาจนอนน้อยกว่านี้ และบางคนอา จนอนมากกว่านี้ เราควรรู้สึกตื่นตัว และกระปรี้กระเปร่าได้เกือบตลอด ทั้งวันโดยไม่ต้องใช้กาแฟช่วย ถ้าเราเหนื่อยก่อนสี่หรือห้าชั่วโมง ในตอนกลางวัน แสดงว่าเราอาจนอนไม่พอ (หรืออาจนอนเยอะเกินไป)

 

ออกกำลังกาย. เรารู้อยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกาย นั้นดีต่อสุขภาพของเราในหลายด้าน แต่รู้หรือเปล่า ว่าการออกกำลังกายนั้น ยังช่วยให้เราเรียนรู้ได้เร็ว ขึ้นด้วย มีผลการศึกษา พบว่าการออกกำลังกายเบาๆ ระหว่างทบทวน บทเรียนสามารถช่วย ให้เราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น คนที่ชอบออกแรง และเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ถูกบังคับให้ต้องอยู่ นิ่งนานเกินไปอาจจดจ่อ กับการเรียนรู้ได้ยาก ฉะนั้นการออกกำลังกาย ระหว่างทบทวนบทเรียน อาจช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

  • ตัวอย่างเช่น ลองเดินรอบห้อง ขณะที่อ่านตำราเรียนอยู่ บันทึกเสียงอาจารย์ ในห้องและนำมาฟังระหว่าง ที่ใช้เครื่องออกกำลังเดินวงรี อาจเลือกวิธีการออกกำลงกายแบบอื่นๆ ก็ได้ แค่ต้องเลือกออกกำลังกาย แบบเบาๆ และทำระหว่างกำลัง ทบทวนบทเรียน

 

ดื่มน้ำมากๆ. ร่างกายของเรา จะทำงานได้ดี เมื่อได้รับน้ำอย่างเพียงพอ เมื่อเราได้รับน้ำไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถจดจ่อ กับการเรียนรู้ได้ เราจะวอกแวกง่าย เมื่อกระหายน้ำ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม การขาดน้ำอาจทำให้ เรามีอาการปวดหัวด้วยซ้ำ จึงทำให้จดจ่อ กับการเรียนรู้ได้ยากขึ้นไปอีก

  • ร่างกายของแต่ละคน ต้องการน้ำในปริมาณ ไม่เท่ากัน คำแนะนำว่า “ควรดื่มน้ำวันละแปดแก้ว” เป็นแค่การประมาณคร่าวๆ เท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดซึ่งจะบอกได้ว่าเราได้รับน้ำ อย่างเพียงพอไหม คือดูสีของปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะสีอ่อนหรือใส แสดงว่าดื่มน้ำเพียงพอแล้ว แต่ถ้าปัสสาวะมีสีเข้ม แสดงวาต้องดื่มน้ำเพิ่ม
สอนสมองให้เรียนรู้. การเรียนรู้อย่างรวดเร็ว เป็นนิสัยอย่างหนึ่ง เราจึงต้องฝึกสมอง ให้มีนิสัยที่ดีและนำมา แทนที่นิสัยแย่ๆ เพิ่มสมาธิด้วยการทำภารกิจ ที่สลับซับซ้อนโดยไม่หยุดพัก (ถึงแม้งานเหล่านั้นจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย) ไม่ต้องสนใจเรื่องเวลา และสถานที่ในการเรียนรู้ ทำภารกิจต่อไปเรื่อยๆ ต้องทำให้การเรียนรู้นั้นเป็นอะไร ที่สนุกสำหรับเรา สมองจะได้อยากเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ เราจะได้ไม่ต้องบีบบังคับ ตนเองให้ต้องเรียนรู้อะไรต่างๆ มากนัก

  • ตัวอย่างเช่น ไล่เรียนรู้เรื่องที่ตนเองชอบก่อน จนในที่สุดสมองของเรา ก็จะเชี่ยวชาญทักษะการเรียนรู้ และสามารถนำทักษะเหล่านั้น มาใช้กับสาขาวิชาที่เราไม่ชอบเรียนได้ ufabet.win

หาวิธีเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง การเรียน

ตั้งเป้าหมาย เราอยากเปลี่ยนแปลง อะไรเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น เป้าหมายใดที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ ก่อนถึงจะทำให้เราสามารถ เปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามได้อย่างมั่นใจ ค้นหาเป้าหมาย ที่เราจะสามารถเริ่ม ได้ตั้งแต่ตอนนี้โดยไม่ต้องใช้เวลามาก ในกรณีนี้เป้าหมายของเรา คือดูแลสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น จากนั้นก็ค่อยแตกเป้าหมายนี้เป็นขั้นตอนต่างๆ เราต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะเป็นการดูแลสุขภาพของตนเอง

  • ทบทวนบทเรียนแต่เนิ่นๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • ดื่มน้ำให้มากๆ
  • ออกกำลังกาย
ค้นคว้าว่ามีทางเลือกอะไรบ้างในการเรียนรู้

  • ระดมสมองหาวิธีการเรียนรู้ที่เราสนใจและไม่สนใจ เราสนใจที่จะค้นคว้า หาความรู้ทางอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า เราอยากพูดคุยกับนักโภชนา การหรือผู้ฝึกสอนส่วนตัวไหม ถ้าเราไม่ค่อยสนใจอยากอ่านหนังสือ การเลือกอ่านบทความต่างๆ จากนิตยสารจะเป็นวิธีการเรียนรู้ ที่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า
  • เชื่อสัญชาตญาณตนเอง ถ้าเลือกเดินเส้นทางหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ขึ้นมา ก็อย่าเลือกไปทางนั้น! ถ้าต้องการอ่านหนังสือเพื่อ ช่วยปรับปรุงนิสัยการนอนหลับ แต่เนื้อหาที่อ่านไม่ใช่ความรู้ ที่เราจะนำมาใช้ในชีวิตของเราได้ ให้หยุดอ่าน และเปลี่ยนไปอ่านเรื่องอื่น อย่าอ่านต่อเพราะว่า ข้อมูลนั้นมาจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือเพราะ “ใครๆ ก็อ่านกัน” ข้อมูลที่อ่านต้องมี ประโยชน์สำหรับเราด้วย
  • ปรับเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น ขณะที่เริ่มหาวิธีการ ดูแลสุขภาพตนเอง เราอาจค้นพบเป้าหมาย ซึ่งตนเองต้องการที่จะบรรลุจริงๆ การค้นพบเป้าหมายที่แท้จริงระหว่างหา วิธีการบรรลุเป้าหมายจะช่วยกำหนด ขอบเขตของเป้าหมายจาก “ฉันต้องดูแลสุขภาพ ของตนเองให้มากขึ้นกว่านี้” เป็น “ฉันต้องการที่จะดูแลสุขภาพของ ตนเองด้วยการกินอาหารที่ดี ต่อสุขภาพมากขึ้น”
  • หาคนที่ทำตามเป้าหมายเดียวกันนี้ได้สำเร็จและขอให้คนคนนั้นแนะนำเคล็ดลับแก่เรา ถ้ามีคนรู้จักที่สามารถเปลี่ยนแปลง รูปแบบการดำเนินชีวิตของตนเองได้สำเร็จอย่างเช่น หันมาออกกำลังกายเป็นประจำ และกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้สำเร็จ ลองเข้าไปพูดคุยกับเขาดู จะได้รู้ว่าคนคนนั้นทำอะไรบ้าง ทำอย่างไร และค้นหาข้อมูลจากที่ไหน
  • ค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต เข้าเรียน สัมภาษณ์ผู้อื่น และมีผู้ให้คำปรึกษา พยายามใช้วิธีการเรียนรู้ ให้หลากหลาย จะได้รู้ว่าการเรียนรู้แบบไหน ได้ผลกับเรามากที่สุด

เลือกวิธีที่ดีที่สุด

  • เลือกวิธีที่สามารถทำได้ ในสถาพแวดล้อมของเรา สามารถนำมาใช้ได้ผลดีภายใน กรอบเวลาที่กำหนด และตัวเราสามารถใช้วิธีนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยกำลัง และความตั้งใจที่มี อย่าเลือกลงเรียนวิชาโภชนาการ ถ้าตนเองมีเวลาจำกัด และไม่มีเวลามาเข้าเรียน อาจเริ่มทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นทำตามแผนโภชนาการที่วางไว้ ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน วิธีนั้นต้องเป็นวิธีที่เราสามารถทำได้ดี
  • คำนึงถึงระยะเวลา ข้อจำกัดของสถานที่ และสภาพจิตใจ อย่าทำให้ชีวิตเครียดมากขึ้น ด้วยการทำอะไรเกินกำลังตัวเอง การเรียนรู้ควรทำให้ ชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลง
  • กำหนดเวลาในการเรียนรู้และฝึกฝน การกำหนดระยะเวลาในการเรียนรู้ จะช่วยกระตุ้นให้เราทำตามขั้นตอนทุกวัน
  • ฝึกตนเองให้ตั้งใจเรียนรู้ในเรื่อง ที่อยากรู้หรืออยากปรับปรุง “อารมณ์ผลักดันให้เกิดความสนใจ ความสนใจผลักดันให้เกิดการเรียนรู้” เอาใจใส่ปฏิกิริยาทางอารมณ์ของตนเอง ถ้ากำลังจะเลือกวิธีออกกำลังกายแล้วพบ ว่าที่จริงไม่อยากใช้วิธีนี้สักเท่าไหร่ ให้หาเหตุสิว่าทำไม การออกกำลังกายมีอะไรที่ทำให้เราเกิดปฏิกิริยาแบบนี้ ต้องมีเหตุผลสักข้อที่ทำให้เรามีปฏิกิริยา ต่อต้านการเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ ด้วยวิธีนี้
  • เมื่อมีทางเลือกหลายทาง ให้ลองเลือกสักทางหนึ่งก่อน บางครั้งเราก็เริ่มตัดสินใจไม่ถูกและเอาแต่คิดใคร่ครวญเพื่อหาทางเลือกที่ “ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด” การเลือกไม่มี “ถูก” หรือ “ผิด” มีเพียงแต่ทางเลือกนั้นใช้ได้ผลกับเราหรือเปล่า เลือกมาสักทางแล้วลองดู! ถ้าทางเลือกนั้นไม่ได้ผล ให้เปลี่ยนไปเลือกทางอื่น

ติดตามบทความ  “การพัฒนาตนเอง” ได้ที่เว็บไซค์ของเราต่อได้เลยครับ

การพัฒนาตนเอง การอ่านหนังสือ

การพัฒนาตนเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Magazine 7 Author

Magazine 7 Author Subtitle

Magazine 7

Minimal Mag: Minimalist Magazine Theme